เอกสารการขอกู้สินเชื่อ

สำหรับท่านที่ต้องการให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขการขอสินเชื่อให้โปรดเตรียมหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการขอสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้

เอกสารการขอกู้สินเชื่อ

กู้ธนาคาร

เงินสด

สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านของผู้กู้ (ทั้งเล่ม/ทุกแผ่น)

 

สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)

 

สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า(ถ้ามี) หรือใบมรณะบัตรคู่สมรส

 

สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

 

ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือน ย้อนหลัง3เดือนสุดท้าย(ฉบับจริง)

 

สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ (ในกรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว) และรูปถ่ายกิจการและสำเนาบัญชีกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน

 

สำเนาบัญชีธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) หรือถ่ายทุกๆ หน้ารวมหน้าบัญชีปัจจุบัน ทุกๆ เล่มที่มี

 

สำเนาสัญญาซื้อขาย และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวด

 

สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี

 

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

 

 

7 ชุด

 

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

 

 

7 ชุด

 

 

7 ชุด

 

7 ชุด

 

 

 

 

ขั้นตอนการขอสินเชื่อ

เตรียมเอกสารให้ครบ ตามที่เจ้าหน้าที่มีจดหมายแจ้งให้ท่านทราบ

ผู้กู้และ/หรือผู้ร่วมกู้ทุกคนต้องไปทำเรื่องขอกู้ เนื่องจากต้องไปกรอกใบคำขอสินเชื่อ ตามแบบฟอร์มของธนาคาร และต้องลงลายมือชื่อทุกคน

เงื่อนไขการกู้ ขึ้นอยู่กับระเบียบและกฎเกณฑ์ของธนาคารนั้น ๆ โดยแต่ละธนาคาร มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

แบบที่1การขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป

โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์มีวงเงินปล่อยกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าประมาณ 90–95% ของราคาขายบ้าน และใช้วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแยกตามประเภทรายได้ ของผู้กู้ดังนี้

1. รายได้จากเงินเดือนประจำ

กล่องข้อความ: การค้ำประกันหนี้ x40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน




พิจารณารายได้จากเงินเดือนรับสุทธิหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและ

เช่นเงินเดือนรับสุทธิเดือนละ 30,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วเหลือสุทธิเดือนละ 20,000 บาท ดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน = 20,000 x 40%= 8,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

2. รายได้จากอาชีพอิสระ

หากท่านไม่มีเอกสารการเงินที่ชัดเจนหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอติดต่อกันถึง 3 เดือน จะทำการขอสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก โดยธนาคารจะพิจารณาจาก ความมั่นคงของบริษัท ประกอบกับอายุงานและ Slip รายได้ เช่น อาชีพขายประกัน พนักงานขายที่รายได้ส่วนใหญ่ มาจากค่าคอมมิชชั่นโดยความสามารถในการผ่อนต่อเดือน จะคำนวณจาก

 

 

กล่องข้อความ: จากยอดรายได้สุทธิเฉลี่ย 6-12 เดือนย้อนหลัง1 x 30-40%2 
หักค่าใช้จ่ายครอบครัว ประจำเดือนหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโร3 
และ/หรือการค้ำประกันหนี้ x 40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน
1.	นับถึงวันยื่นกู้
2.	เนื่องจากธนาคารคิดรายได้จากอาชีพอิสระให้เพียง 30-40%
3.	ดูหัวข้อ การตรวจสอบเครดิตบูโรประกอบ

เช่น ผู้กู้เป็นตัวแทน ประกันชีวิต มีรายได้เฉลี่ย 6 ถึง12 เดือนย้อนหลัง เดือนละ 50,000 บาท x 30-40% = รายได้ที่ธนาคารจะนำมาคำนวณจริง = 15,000-20,000บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วเหลือ สุทธิเดือนละ 12,000 บาทดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน = 12,000 x 40% = 4,800 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

3. รายได้จากธุรกิจส่วนตัว

กล่องข้อความ: ยอดขาย x กำไร10–30%1 หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว 
หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโร 
และการค้ำประกันหนี้ x 40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน
 
1.	แล้วแต่ประเภทธุรกิจ


พิจารณารายได้จาก

 

 

 

 

เช่นยอดขายเดือนละ 500,000 บาท x กำไร 20% = 100,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ 80,000 บาท ดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน = 80,000x40% ได้ 32,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

 

 

 

 

 

 

 

แบบที่2 การขอสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์

พิจารณารายได้ของผู้กู้จากรายได้สุทธิ หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกัน หนี้ ดังต่อไปนี้

 

1. ลูกค้าทั่วไป

 
  กล่องข้อความ: วงเงินกู้ = 25 -35เท่า x รายได้สุทธิ1 
ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน 90% ของราคาประเมินบ้าน
 
1.	ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร

 

* ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆมีสวัสดิการกับธอส.ในเงื่อนกู้ได้ 90% หรือ 100% (ผู้กู้ต้องสอบถาม ต้นสังกัดเอง) และต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการกู้ด้วย

 

2. ลูกค้าที่สังกัดหน่วยงานที่มีสวัสดิการกับธอส.

กล่องข้อความ: วงเงินกู้ = 50เท่า x รายได้สุทธิ1 
ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน 90% ถึง 100% ของราคาประเมินบ้าน
 
1.	ขึ้นอยู่กับการพิจารณา ของธนาคาร


 

 

 

 

 

 

* ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆมีสวัสดิการกับธอส.ในเงื่อนกู้ได้ 90% หรือ 100% (ผู้กู้ต้องสอบถาม ต้นสังกัดเอง) และต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการกู้ด้วย

 

การตรวจสอบเครดิตบรูโร

ทุกธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้าก่อนจะพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ซึ่งจะตรวจสอบประวัติ การกู้ หรือหนี้เสียของลูกค้า โดยละเอียดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้

-หนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์

- หนี้ค่าผ่อนชำระสินค้าต่างๆ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน

- ประวัติการถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง ล้มละลาย ค้ำประกัน หรือบังคับชำระหนี้อื่นๆ ทุกประเภท

 

 

 

ข้อแนะนำอื่นๆ ที่ควรทราบ

- ต้องไม่ได้ยื่นกู้ซื้อบ้านอื่นอยู่ (กู้เองหรือกู้ร่วมกับผู้อื่น) หากมีภาระหนี้ดังกล่าว แล้วธนาคารจะนำค่างวดดังกล่าวมาหักจากรายได้ ทำให้รายได้สุทธิลดลงหรือไม่พอ การกู้อาจมีปัญหาหรือกู้ได้น้อยลง

- ไม่เคยมีหนี้ค้างชำระ เช่น หนี้ค่าโทรศัพท์ น้ำ ไฟฟ้า ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินค้าต่างๆ หรือค้ำประกันหนี้

- ไม่เคยถูกดำเนินคดีแพ่งหรือล้มละลายมาก่อน

- หากจดทะเบียนสมรส ต้องมีคู่สมรสมาเซ็นให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมต่อธนาคารด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่น แยกกันอยู่ หรือหาตัวไม่เจอ เว้นแต่หย่าขาดกันแล้ว โดยแสดงทะเบียนหย่า

- ผู้กู้ต้องยื่นหลักฐานการฝากเงิน (บัญชีออมทรัพย์) หรือหลักฐานการออมเงินผ่านประเภทบัญชีต่างๆติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นกู้ธนาคาร โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีพอสมควรเพื่อยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได้

- ผู้กู้ต้องชำระเงินดาวน์ให้สม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากธนาคารจะให้ข้อมูลการผ่อนดาวน์ มาประกอบการพิจารณากู้ด้วย

 

 

เช็คอัตราดอกเบี้ย

ทาง วรรณวรินทร์บ้านและที่ดิน อุบลราชธานี ได้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อบ้านกับทางบริษัท โดยเป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างท่านกับทางธนาคารที่ท่านต้องการจะขอสินเชื่อโดยจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็นในการขอสินเชื่อ

 

อัตราดอกเบี้ย

เลือกธนาคารเพื่อดูอัตราดอกเบี้ย เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของท่าน